ลิเวอร์พูล พบ เบิร์นลีย์

ลิเวอร์พูล พบ เบิร์นลีย์

ลิเวอร์พูล พบ เบิร์นลีย์

ลิเวอร์พูล พบ เบิร์นลีย์ วันที่ 11. July 2020, 21:00

แข่งที่ ลิเวอร์พูล, อังกฤษ สนาม แอนฟิลด์

กรรมการ เดวิด คูต, อังกฤษ

สนุกกับเกมและประตูของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จาก ลิเวอร์พูล และ เจย์ โรดริเกซ จาก เบิร์นลี่ย์ ในรายการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 11. July 2020, 21:00

เริ่มเกมครึ่งแรก นาที 33 ฟาบินโญ่ โยกบอลข้ามหัวกองหลังให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน โหม่งบอลย้อนศรเสียบเสาเข้าไป ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ เบิร์นลี่ย์ 1-0 เริ่มเกมครึ่งหลัง นาที 68 เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ โหม่งบอลชงให้ เจย์ โรดริเกซ ยิงบอลเสียบเสาสองเข้าไป เบิร์นลี่ย์ ตีเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเสมอ เบิร์นลี่ย์ ด้วยสกอร์ 1-1

ลิเวอร์พูล

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล (อังกฤษ: Liverpool Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพตั้งอยู่ที่เมืองลิเวอร์พูล, ประเทศอังกฤษ แข่งขันอยู่ในพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ โดยลิเวอร์พูลชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 6 สมัย, ยูฟ่าคัพ 3 สมัย, ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 4 สมัย, ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ 1 สมัย, ลีกสูงสุด 19 สมัย, เอฟเอคัพ 7 สมัย, ลีกคัพ 8 สมัย และเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 15 สมัย

ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1892 และได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกในปีต่อมา ลิเวอร์พูลใช้สนามแอนฟีลด์ตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือช่วงทศวรรษที่ 1970 ถึง 1980 เมื่อ บิลล์ แชงคลี, บ๊อบ เพสลีย์, โจ เฟแกน และ เคนนี แดลกลีช พาทีมคว้าแชมป์ลีก 11 สมัย และคว้าถ้วยรางวัลยูโรเปียน 4 ใบ ต่อมา ภายใต้การคุมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ และกัปตัน สตีเวน เจอร์ราร์ด ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนลีกสมัยที่ 5 เมื่อปี ค.ศ. 2005 และภายใต้การคุมทีมของ เยือร์เกิน คล็อพ ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนลีกสมัยที่ 6 เมื่อปี ค.ศ. 2019 ก่อนที่จะชนะเลิศลีกสูงสุดเป็นสมัยที่ 19 และเป็นครั้งแรกที่ชนะเลิศในยุคพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2019–20 สิ้นสุดการรอคอยที่ยาวนานกว่า 30 ปี

ลิเวอร์พูลเคยเป็นสโมสรฟุตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลกอันดับที่ 7 เมื่อปี ค.ศ. 2019 ด้วยรายได้ประจำปี 604 ล้านยูโร[3] และเป็นสโมสรฟุตบอลที่มูลค่ามากที่สุดในโลกอันดับที่ 8 เมื่อปี 2019 ด้วยมูลค่า 2.183 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[4] เป็นหนึ่งในสโมสรที่มีผู้สนับสนุนมากที่สุดในโลก[5] ลิเวอร์พูลมีสโมสรคู่แข่งซึ่งแข่งขันด้วยกันมาอย่างยาวนาน ได้แก่ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และ เอฟเวอร์ตัน

แฟนบอลของสโมสรได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมที่สำคัญ 2 ครั้ง ครั้งแรกคือโศกนาฏกรรมเฮย์เซลเมื่อปี ค.ศ. 1985 แฟนบอลทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันส่งผลให้อัฒจันทร์พังลงมา มีผู้เสียชีวิต 39 คน โดยส่วนใหญ่เป็นชาวอิตาลีและแฟนบอลยูเวนตุส ส่งผลให้ลิเวอร์พูลถูกแบน ไม่สามารถเข้าแข่งขันในรายการฟุตบอลยุโรปได้ในระยะเวลา 5 ปี ต่อมาในปี ค.ศ. 1989 เกิดโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร เมื่อแฟนบอลของลิเวอร์พูล 96 คนเสียชีวิต เนื่องจากมีคนเข้ามาชมเกมการแข่งขันจำนวนมากจนอัดติดกับรั้วที่กั้นสนาม

ลิเวอร์พูลนั้นใช้เสื้อสีแดงและกางเกงขาสั้นสีขาวเป็นชุดแข่งขันมาตั้งแต่ ค.ศ. 1896[6] ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเต็มตัวเมื่อเล่นเป็นทีมเหย้าในปี ค.ศ. 1964 ฉายาในภาษาอังกฤษของลิเวอร์พูลคือ “The Reds” ในภาษาไทยคือ “หงส์แดง” มีเพลงประจำสโมสรคือ “You’ll Never Walk Alone”

เบิร์นลีย์

สโมสรฟุตบอลเบิร์นลีย์ (อังกฤษ: Burnley Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลประจำเมืองเบิร์นลีย์ โดยเบิร์นลีย์นั้นเคยคว้าแชมป์ดิวิชัน 1 (เดิม) มาแล้ว 2 ครั้ง ในฤดูกาล 1920-21 และ 1959-60 และเคยคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ในปี ค.ศ. 1914

สโมสรเบิร์นลีย์ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1882 (พ.ศ. 2425) โดยก่อนที่จะเป็นสโมสรฟุตบอลนั้นเบิร์นลีย์เคยเป็นทีมรักบี้มาก่อน ต่อมาเมื่อได้มีการก่อตั้งลีกดิวิชัน 1 (เดิม) ขึ้นมาในปี ค.ศ. 1888 (พ.ศ. 2431) เบิร์นลีย์ก็เป็นหนึ่งในสโมสรที่ร่วมก่อตั้งลีกขึ้นมา ในปี ค.ศ. 1976 เบิร์นลีย์ตกจากลีกสูงสุดไปอยู่ดิวิชัน 2 (เดิม) และไม่ได้กลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดอีกเป็นเวลานานถึง 33 ปีจนในฤดูกาล 2009–10 เบิร์นลีย์ก็ได้กลับสู่ลีกสูงสุดอีกครั้งได้สำเร็จ โดยการเพลย์ออฟเอาชนะทีมดาบคู่ เชฟฟีลด์ยูไนเต็ด ไป 1-0 และสร้างความฮือฮาด้วยการชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้ 1-0 จาก ร็อบบี เบลก

ในฤดูกาล 2014–15 เบิร์นลีย์ได้เลื่อนชั้นมาสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง แต่ทว่าก็ต้องตกลงไปเล่นในเดอะแชมเปียนชิปเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล หลังการลงแข่งในนัดที่ 36 แต่มีเพียง 29 คะแนน ซึ่งไม่เพียงพอที่จะอยู่ต่อ[1]

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Slotxo